เช็กมือถือมือสองก่อนซื้อ ดูอะไรบ้างไม่ให้โดนหลอก

Written by

in

ซื้อมือถือมือสองช่วยประหยัดได้เยอะ แต่ถ้าเช็กไม่ดีก็เจอเครื่องมีปัญหา แบตเสื่อม ถูกเปลี่ยนจอ หรือแย่กว่านั้นคือเป็นเครื่องที่ได้มาไม่ถูกต้อง บทความนี้รวมจุดที่ต้องเช็กก่อนจ่ายเงิน เรียงตามลำดับที่ทำได้จริงตอนนัดดูของ

ก่อนไปดูของ เตรียมตัวยังไง

อย่างแรกคือขอให้ผู้ขายส่ง รูปถ่ายตัวเครื่องจริง พร้อมวันที่และเวลามาให้ ถ้าเขาใช้รูปจากเว็บหรือรูปโปรโมชัน ให้ระวังไว้ก่อน ต่อมาคือขอ IMEI มาเช็กล่วงหน้า อย่าเพิ่งโอนเงินมัดจำโดยไม่เห็นตัวเครื่อง

  • นัดเจอในที่สาธารณะ เช่น ห้างหรือร้านกาแฟ
  • นัดตอนกลางวัน จอจะได้สว่างพอเห็นรอย
  • เอาเครื่องชาร์จและสายไปด้วย
  • พกซิมที่ใช้โทรออกได้จริงไปทดสอบสัญญาณ

เช็กภายนอก: รอยและร่องรอยการเปิดเครื่อง

พลิกเครื่องดูรอบ ๆ ด้านข้างและขอบจอ ถ้าเห็น ร่องรอยงัดหรือคราบกาว ตามขอบ อาจเคยถูกเปิดซ่อมมา ดูฝาหลังว่าแนบสนิทไหม ฝาที่ปูดหรือไม่เรียบคือสัญญาณว่าเคยเปลี่ยนแบตหรือซ่อมมา

ลองกดปุ่มเพาเวอร์และปุ่มเสียงว่ากดแล้วตอบสนองปกติ ไม่แข็งและไม่จม ถ้ามีปุ่มไหนรู้สึกแปลก ให้ถามตรง ๆ ว่าเคยซ่อมอะไรมาบ้าง

เช็กจอ: จุดที่คนมักมองข้าม

  • เปิดพื้นหลังสีขาว เพื่อดูรอยไหม้ จุดฝ้า และรอยเหลือง
  • เปิดพื้นหลังสีดำ เพื่อดูแสงรั่วตามขอบจอ
  • ลากไอคอนไปทั่วจอ เพื่อดูว่าหน้าจอสัมผัสติดทุกจุดไหม
  • แตะค้างเพื่อทดสอบวิดีโอสตรีมมิ่งบน YouTube ดูว่ามีจุดตายไหม

รอยไหม้จะสังเกตยากตอนพื้นหลังดำ แต่จะชัดเจนมากบนพื้นสีขาวหรือสีสว่าง ลองเปลี่ยนภาพพื้นหลังเป็นสีเทาอ่อนจะช่วยให้เห็นรอยครบที่สุด

เช็กว่าเป็นเครื่องจริง ไม่ใช่เครื่องก๊อป

พิมพ์ IMEI จากช่องใส่ซิมมาเทียบกับที่แจ้งในเมนูตั้งค่าและที่ข้างกล่อง ต้องตรงกันทั้งสามที่ ถ้าไม่ตรงหรือเครื่องไม่มี IMEI บนฝาหลังเลย ให้ปิดการซื้อทันที

เช็กในเมนูตั้งค่าเรื่องสถานะการรับประกันด้วยว่าเหลืออยู่ไหม พร้อมดูว่าตัวเครื่องกับกล่องเป็นซีเรียลเดียวกันจริงหรือเปล่า

เช็กอายุแบตและสุขภาพแบต

นี่คือจุดที่คนซื้อมือสองเจ็บตัวมากที่สุด เพราะ Battery Health ไม่ใช่สิ่งที่ปิดได้ ใน iPhone เข้าไปดูที่การตั้งค่า แล้วดูว่า Battery Health เหลือกี่เปอร์เซ็นต์ ถ้าต่ำกว่า 80 เปอร์เซ็นต์คือเสื่อมมากและมีค่าเปลี่ยนแบตก้อนใหม่ในอีกไม่นาน

  • สอบถามว่าเปลี่ยนแบตมาแล้วหรือยัง ถ้าเปลี่ยนใช้ของแท้หรือไม่
  • ทดสอบชาร์จจริง ถ้าเครื่องร้อนผิดปกติแสดงว่าอาจมีปัญหาเรื่องการชาร์จ
  • ถ้าเป็น Android หลายรุ่นมีหน้า Battery Health ในเมนูแบตเตอรี่

ทดสอบกล้อง ลำโพง ไมค์

เปิดกล้องทั้งหน้าและหลัง ลองซูมเข้าและออก ถ่ายรูปสักสองสามรูปในที่แสงน้อย บางรุ่นเวลากล้องเสื่อมจะติดมีเส้นหรือจุดดำที่มองเห็นในรูป

ลองเปิดวิดีโอสักคลิปฟังว่าลำโพงมีเสียงแตกไหม และอัดเสียงตัวเองสักสิบวินาทีเพื่อเช็กไมค์ ทั้งสองตัวนี้ถ้าพังจะซ่อมไม่ถูกและหลายคนซื้อไปแล้วเพิ่งเจอ

ทดสอบ Wi-Fi บลูทูธ และเซลลูลาร์

  • เปิด Wi-Fi ดูว่าหาเครือข่ายเจอและเชื่อมต่อได้จริง
  • ล็อกอินเพื่อเช็กว่าจับสัญญาณได้แรงเทียบกับเครื่องอื่น
  • เปิดบลูทูธลองเชื่อมกับหูฟังหรือลำโพงที่พาไป
  • ใส่ซิมลองโทรออกและลองใช้เน็ตจริง

ทดสอบความลื่นและอาการแอบร้อน

ลองเลื่อนหน้า เล่นแอปสักสองสามนาที เปิดกล้องแล้วปิด เปิดแผนที่ ดูว่ามีอาการหน่วงหรือแอปเด้งออกเองไหม ถ้าเครื่องตอบสนองช้าผิดปกติในรุ่นที่สเปกสูง ให้สันนิษฐานไว้เลย

การทดสอบให้เครื่องทำงานหนักสักห้านาทีจะทำให้ความร้อนแสดงตัวชัดเจนขึ้น ถ้าเครื่องร้อนเร็วและร้อนแรงกว่าปกติ ให้ถามตรง ๆ ว่าเคยซ่อมบอร์ดหรือซ่อมแบบเปลี่ยนชิ้นส่วนมาหรือเปล่า

เช็กเรื่องการรีเซ็ตเครื่อง

เครื่องที่ดีต้องได้รับการ ลบข้อมูลและรีเซ็ตเป็นค่าเริ่มต้น เรียบร้อยก่อนส่งมอบ เพื่อไม่ให้บัญชีเดิมของเจ้าของเก่ายังคาอยู่ เพราะถ้าเขาล็อกเอาต์อยู่ เราเข้าใช้งานไม่ได้ หรือถ้าเขาลืมออกจากบัญชี เราก็แอบใช้ต่อไม่ได้อย่างปลอดภัย

ตอนรับเครื่องให้ตรวจดูว่าไม่มีบัญชี Google หรือ Apple ID ของเจ้าของเก่าค้างอยู่ และให้เขาปิด Find My ของเครื่องให้เรียบร้อย

สิ่งที่ควรได้มาด้วยกัน

  • กล่องเดิมพร้อม IMEI ตรงกัน
  • สายชาร์จและอะแดปเตอร์ของแท้
  • ใบเสร็จหรือหลักฐานการซื้อถ้ามี
  • ใบรับประกันที่เหลืออายุ

สรุปข้อควรจำก่อนจ่ายเงิน

  • ถาม IMEI มาเช็กก่อนนัดเจอ
  • เช็กจอทั้งพื้นขาวและพื้นดำ
  • ดู Battery Health อย่าต่ำกว่า 80 เปอร์เซ็นต์
  • ทดสอบกล้อง ลำโพง ไมค์ และสัญญาณโทร
  • ดูว่ารีเซ็ตเครื่องและปลดบัญชีเก่าแล้วจริง
  • อย่าโอนมัดจำก่อนเห็นของ

การซื้อมือถือมือสองไม่ใช่เรื่องน่ากลัว ถ้าเราตั้งสติและเช็กตามลำดับนี้ ใช้เวลาราวสิบห้านาทีก็ตรวจครบ จุดที่คนพลาดบ่อยที่สุดคือใจร้อนและไม่ทดลองใช้งานจริง ลองทำตามลิสต์นี้แล้วจะได้เครื่องที่คุ้มเงินและไม่ต้องเสียใจทีหลัง