ตั้งค่าความปลอดภัย LINE ให้ปลอดภัยจากแฮ็ก

Written by

in

LINE คือแอปที่เราใช้คุยกับคนใกล้ตัว ทั้งเรื่องงาน ครอบครัว และข้อมูลส่วนตัว ถ้าถูกเข้าถึงบัญชีได้ ผู้ไม่หวังดีจะเห็นบทสนทนาทั้งหมด หรือแอบหลอกคนในรายชื่อเราได้ทันที ข่าวดีคือ LINE มีการตั้งค่าความปลอดภัยในตัวที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยแตะ บทความนี้รวมวิธีตั้งค่าให้บัญชี LINE ปลอดภัยจากแฮ็ก โดยทำตามได้ในไม่กี่นาที

เริ่มจากตั้งรหัส PIN ให้แอป

ถ้ามีคนได้มือถือเราไปและหน้าจอไม่ได้ล็อก การตั้งรหัสในแอป LINE เป็นชั้นป้องกันแรก ทำได้จากเมนูตั้งค่าเรื่องความเป็นส่วนตัว

  • เปิดใช้รหัสผ่านแอป เพื่อให้ต้องใส่รหัสทุกครั้งที่เปิด
  • ตั้งรหัสให้จำง่าย แต่ไม่ซ้ำกับ PIN มือถือ
  • ถ้ามี Face ID หรือสแกนนิ้ว เปิดไว้จะสะดวกกว่าและปลอดภัยกว่า

ปิดการมองเห็นข้อความบนหน้าจอล็อก

ค่าเริ่มต้นของ LINE มักจะโชว์ข้อความบนหน้าจอล็อกหรือแถบแจ้งเตือน ถ้ามีคนผ่านมาเห็นข้อความได้ บทสนทนาส่วนตัวก็ไม่เป็นส่วนตัวแล้ว

เข้าไปตั้งค่าเรื่องการแจ้งเตือน แล้ว ปิดการแสดงเนื้อหาข้อความ ให้เหลือแค่ชื่อผู้ส่ง จะช่วยป้องกันคนรอบข้างอ่านข้อความเราได้

ปิดการเพิ่มเพื่อนอัตโนมัติ

LINE มีฟีเจอร์ให้คนอื่น ค้นหาเราเจอจากเบอร์โทรหรือ LINE ID ถ้าเปิดไว้ คนแปลกหน้าอาจทักเรามาได้บ่อยโดยไม่จำเป็น ในเมนูความเป็นส่วนตัวสามารถปิดตัวเลือกนี้ได้

  • ปิด ให้ค้นหาจากเบอร์โทร ถ้าไม่ได้ต้องการให้เจอ
  • ปิด ให้เพิ่มเพื่อนอัตโนมัติ จากกลุ่ม
  • จำกัดการส่งข้อความจากคนที่ไม่ใช่เพื่อน

การปิดสองสามข้อนี้ช่วยลดทั้งการถูกทักหลอกและข้อความสแปมได้มาก

รู้ทันการโจมตีที่พบบ่อย

วิธีที่มิจฉาชีพใช้ขโมย LINE ส่วนใหญ่ไม่ใช่การแฮ็กเชิงเทคนิค แต่เป็นการ หลอกเอารหัส OTP ที่ส่งมาทาง SMS โดยอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่หรือเพื่อนที่ขอความช่วยเหลือ

จำไว้ให้ขึ้นใจว่า รหัส OTP ห้ามบอกใครเด็ดขาด ไม่ว่าใครจะอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ หรืออ้างว่าเป็นระบบของ LINE เอง เพราะ LINE จะไม่ขอรหัสจากผู้ใช้ผ่านแชทหรือโทรศัพท์

อีกวิธีคือหลอกให้กดลิงก์ปลอมที่หน้าตาเหมือนหน้าเข้าสู่ระบบ ถ้าล็อกอินผ่านลิงก์นั้น ข้อมูลบัญชีจะตกไปอยู่ในมือคนร้าย วิธีสังเกตคือดูที่อยู่เว็บให้ดี ไม่กดลิงก์ที่ส่งมาจากคนแปลกหน้าหรือข้อความที่ชวนให้รีบ

ตรวจสอบอุปกรณ์ที่ล็อกอินอยู่

LINE ให้ดูได้ว่า บัญชีเราถูกล็อกอินจากที่ไหนบ้าง ถ้าพบอุปกรณ์ที่ไม่รู้จัก ให้ออกจากระบบอุปกรณ์นั้นทันทีแล้วเปลี่ยนรหัสผ่าน

  • เข้าไปเช็กในเมนูบัญชีเรื่องอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ
  • ถอนอุปกรณ์แปลกปลอมออกทันที
  • เปลี่ยนรหัสผ่าน LINE หลังพบความผิดปกติ

ใช้การยืนยันตัวตนเพิ่มเติมกับบัญชีที่ผูกไว้

LINE หลายบริการผูกกับอีเมลหรือบัญชีอื่น ถ้าบัญชีอีเมลที่ใช้สมัครถูกเจาะ ระบบอาจกู้รหัสผ่าน LINE ได้ ลองไปเปิด การยืนยันตัวตนสองชั้น (2FA) ให้กับอีเมลและบัญชีที่เกี่ยวข้องทุกบัญชี

การมี 2FA ทำให้ต่อให้รหัสผ่านหลุด คนร้ายก็ยังเข้าไม่ได้ เพราะต้องมีรหัสจากเครื่องเราอีกชั้นหนึ่ง

ระวังการสแกน QR โอนเงิน

QR โค้ดที่ใช้จ่ายเงินเป็นอีกช่องทางที่ถูกหลอกบ่อย ถ้าได้รับ QR จากคนที่ทักมาแล้วบอกให้สแกนจ่าย ให้ ตรวจสอบชื่อบัญชีปลายทางก่อนทุกครั้ง และถ้าเป็นเพื่อนจริงควรถามยืนยันผ่านช่องทางอื่นก่อนโอน

ระวังกรณีบัญชีเพื่อนถูกแฮ็กแล้วส่งข้อความมาขอยืมเงิน ถ้าเจอข้อความแบบนี้ให้โทรหาเพื่อนคนนั้นโดยตรง อย่าเชื่อข้อความในแชทอย่างเดียว

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัวอื่น ๆ ที่ควรปิด

  • ปิดการแชร์ตำแหน่งแบบอัตโนมัติ กับคนที่ไม่ได้เลือก
  • ปิดการเพิ่มเข้าไทม์ไลน์อัตโนมัติ ถ้าไม่ใช้
  • จำกัดการเห็นโปรไฟล์ จากคนที่ไม่ใช่เพื่อน
  • ตรวจรายชื่อเพื่อน ว่ามีคนที่ไม่รู้จักปนอยู่ไหม

สำรองข้อมูลและตั้งค่ากู้คืนไว้

ถ้าเกิดอะไรผิดพลาดขึ้นจริง การมีข้อมูลสำรองช่วยให้กู้คืนได้เร็ว ลองตั้ง สำรองข้อมูลแชท ไว้ และผูกอีเมลกับเบอร์โทรให้ถูกต้องเพื่อให้กู้บัญชีได้ในกรณีจำเป็น

ควรตั้งค่าคำถามเพื่อความปลอดภัยหรือข้อมูลยืนยันตัวตนไว้ล่วงหน้า เพื่อให้กู้คืนบัญชีได้ทันทีหากถูกแฮ็ก

เช็กลิสต์ความปลอดภัย LINE

  • ตั้งรหัสผ่านแอปและเปิด Face ID
  • ปิดแสดงข้อความบนหน้าจอล็อก
  • ปิดการค้นหาเจอจากเบอร์โทร
  • ไม่บอก OTP ให้ใครทุกกรณี
  • ไม่กดลิงก์แปลกหน้า
  • เช็กอุปกรณ์ที่ล็อกอินอยู่เป็นระยะ
  • เปิด 2FA ให้บัญชีอีเมลที่ผูกไว้
  • ตรวจชื่อบัญชีก่อนสแกนจ่ายเงิน

สรุปคือความปลอดภัยของ LINE ขึ้นอยู่กับการตั้งค่าและการรู้ทันมากกว่าความเก่งทางเทคนิค แค่ใช้เวลาสิบนาทีตั้งค่าตามนี้ ก็ลดความเสี่ยงลงได้มาก วิธีที่ได้ผลที่สุดคือไม่บอก OTP ให้ใครและไม่กดลิงก์ที่ส่งมาจากคนแปลกหน้า ลองทำตามลิสต์วันนี้ แล้วจะสบายใจขึ้นเวลาแชทเรื่องส่วนตัว