เริ่มอ่านหนังสือดิจิทัลด้วย e-reader เลือกยังไงให้คุ้ม

Written by

in

การอ่านหนังสือดิจิทัลด้วย e-reader กำลังเป็นทางเลือกที่คนหันมาสนใจมากขึ้น เพราะอ่านสบายตากว่า จอเก็บหนังสือได้เป็นพันเล่ม และเครื่องไม่ร้อนเหมือนมือถือ บทความนี้จะพาเริ่มต้นตั้งแต่การเลือกเครื่อง ไปจนถึงวิธีใช้ให้คุ้ม

e-reader ต่างจากแท็บเล็ตยังไง

e-reader ส่วนใหญ่ใช้จอ E Ink ซึ่งสะท้อนแสงเหมือนกระดาษ ไม่ได้เปล่งแสงเข้าไปหาตาโดยตรง จึงอ่านนาน ๆ ได้สบายตากว่า และมองเห็นได้ชัดแม้อยู่กลางแดด ต่างจากแท็บเล็ตที่ใช้จอเปล่งแสงแบบมือถือ

ข้อเสียคือ E Ink รีเฟรชช้ากว่า ใช้ดูวิดีโอไม่ได้ และส่วนใหญ่เป็นขาวดำ จึงเหมาะกับการอ่านตัวหนังสือเป็นหลัก ไม่ใช่การดูสื่อผสม

แบบมีไฟหน้า กับไม่มี

  • แบบมีไฟหน้า (Front Light) อ่านในที่มืดได้ โดยไฟส่องจากด้านข้าง ไม่ได้ส่องเข้าตาตรง ๆ แนะนำให้เลือกแบบนี้ เพราะใช้งานได้ทุกสภาพแสง
  • แบบไม่มีไฟ ต้องอาศัยแสงจากภายนอกเท่านั้น ราคาถูกกว่า แต่ใช้ในที่มืดไม่ได้

ไฟหน้าแบบปรับอุณหภูมิสีได้ (จากขาวนวลเป็นส้ม) ช่วยลดแสงสีฟ้าตอนกลางคืน เหมาะกับคนที่ชอบอ่านก่อนนอน

1. เลือกขนาดจอให้เหมาะกับมือ

ขนาดจอที่พบบ่อยคือประมาณ 6 นิ้ว กับ 7 นิ้วขึ้นไป

  • 6 นิ้ว พกพาสะดวก ถืออ่านด้วยมือเดียวได้
  • 7 นิ้วขึ้นไป อ่านสบายกว่า แต่อาจหนักขึ้นเมื่อถือ
  • ถ้าอ่านหนังสือเทคนิคหรือ PDF เยอะ อาจต้องขนาดใหญ่ขึ้นหรือรับได้ว่าจอเล็กจะต้องซูม

2. ระบบปิดกับระบบเปิด

e-reader มีสองแนวหลัก ระบบปิดที่ล็อกอยู่กับร้านหนังสือของเจ้าของเครื่อง กับระบบที่รับแอปอื่นได้

  • ระบบปิด ใช้ง่าย ซิงก์กับร้านหนังสือของตัวเองได้ลื่น แต่ยืดหยุ่นน้อย
  • ระบบเปิด (Android) ลงแอปอ่านหนังสือหลายเจ้าได้ ยืดหยุ่นกว่า แต่แบตอาจหมดเร็วกว่า

3. พื้นที่เก็บข้อมูล

ไฟล์หนังสือส่วนใหญ่มีขนาดเล็ก จึงเก็บได้เยอะแม้พื้นที่ไม่มาก แต่ถ้าอ่าน PDF เยอะหรือฟังเสียงด้วย พื้นที่อาจไม่พอ แนะนำอย่างน้อย 8 GB ขึ้นไป และถ้าจะเก็บไฟล์เยอะจริง ๆ มองรุ่นที่มีช่องเสียบการ์ดหรือพื้นที่ใหญ่กว่านั้น

4. แบตเตอรี่

จุดขายของ E Ink คือแบตอยู่ได้นานมาก เพราะจอกินไฟเฉพาะตอนเปลี่ยนหน้า หลายรุ่นอัปโหลดไฟไว้นานเป็นสัปดาห์หรือเดือน ถ้าเปิด Wi-Fi ทิ้งไว้หรือใช้ระบบ Android แบตจะหมดไวกว่า

5. กันน้ำและความทน

ถ้าชอบอ่านในอ่างหรือข้างสระ ควรมองรุ่นที่มีค่ากันน้ำ เพราะเครื่องหนึ่งอยู่ได้หลายปี การกันน้ำเป็นฟีเจอร์ที่คุ้มค่า ถึงจะดูเป็นเรื่องเล็ก

6. เริ่มต้นใช้งานครั้งแรก

  • ตั้งบัญชีร้านหนังสือ และผูกกับเครื่องเพื่อซิงก์หนังสือ
  • ตั้งค่าแสงและขนาดตัวอักษร ให้เหมาะกับตา ปรับ font และระยะบรรทัดได้
  • ใส่หนังสือฟรี จากคลังหนังสือสาธารณะที่หมดลิขสิทธิ์แล้ว เพื่อเริ่มอ่านโดยไม่ต้องจ่าย
  • โหลดไฟล์ส่วนตัว ถ้ามีไฟล์ ebook ของตัวเอง หลายเครื่องส่งไฟล์เข้ามาได้

7. เคล็ดลับใช้ให้คุ้ม

  • เปิดโหมดเครื่องบิน ช่วยประหยัดแบตได้มากถ้าไม่ได้ซิงก์
  • ตั้งไฟหน้าแบบอบอุ่น ตอนกลางคืนเพื่อถนอมตา
  • ใช้โฟลเดอร์หรือคอลเลกชัน จัดหนังสือตามหมวด จะหาง่าย
  • ซื้อเคสที่มีขาตั้ง อ่านแบบวางบนโต๊ะได้

ควรซื้อหรือยัง

e-reader เหมาะกับคนที่อ่านหนังสือบ่อย อยากอ่านนาน ๆ ไม่เมื่อยตา และชอบพกหนังสือหลายเล่มในเครื่องเดียว ถ้าคุณอ่านน้อยหรืออ่านแต่บนจอสี e-reader อาจไม่คุ้ม เพราะจอขาวดำและราคาอาจสูงกว่าแท็บเล็ตพื้นฐาน แต่ถ้าอ่านทุกวัน มันจะเปลี่ยนประสบการณ์อ่านไปเลย

9. ทำไมการอ่านบน e-reader ถึงทำให้อ่านเยอะขึ้น

คนที่ใช้ e-reader มักพบว่า อ่านได้มากขึ้นกว่าที่เคย เพราะเครื่องเดียวก็พกพาหนังสือได้หลายเล่ม จึงหยิบอ่านได้ทุกจังหวะว่าง สำคัญคือแอปไม่มีการแจ้งเตือนรบกวนเหมือนมือถือ จึงสมาธิตอนอ่านอยู่ได้นานกว่ามาก

เช็กลิสต์เลือก e-reader

  • เลือกจอ E Ink เพื่อถนอมตา
  • มีไฟหน้าปรับอุณหภูมิสี
  • ขนาดจอเหมาะกับมือและประเภทหนังสือ
  • เลือกระบบปิดหรือเปิดตามที่ใช้จริง
  • พื้นที่พอสำหรับไฟล์และเสียง
  • มีกันน้ำถ้าอ่านในที่เปียกชื้น
  • ตั้ง font แสง และคลังหนังสือตั้งแต่แรก

สรุปคือการเริ่มอ่านหนังสือดิจิทัลไม่ยาก แค่เลือกเครื่องให้ตรงกับนิสัยการอ่านของเรา เริ่มจากหนังสือฟรีหรือไฟล์ที่มีอยู่ก่อน แล้วค่อยลงทุนซื้อหนังสือบ่อยขึ้นเมื่อรู้สึกว่าติดกับมันแล้ว e-reader เป็นอุปกรณ์ที่ลงทุนครั้งเดียวแล้วใช้ได้หลายปี