มือถือหายหรือถูกขโมยเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ทุกวัน และหลายคนเพิ่งมารู้ตัวว่าต้องมีไว้ก็ตอนที่หายไปแล้ว การตั้งระบบค้นหาเครื่องล่วงหน้าคือสิ่งที่ช่วยได้จริง ทั้งหาเครื่อง ล็อก และลบข้อมูลจากระยะไกล บทความนี้จะบอกวิธีตั้ง Find My Device (Android) และ Find My (iPhone) ให้พร้อมก่อนเกิดเหตุ
ทำไมต้องตั้งตอนนี้ ไม่ใช่ตอนหาย
ถ้าไม่ได้เปิดไว้ก่อน เครื่องที่หายไปจะหาไม่เจอและลบข้อมูลระยะไกลไม่ได้เลย เพราะระบบนี้ต้องเปิดจากเครื่องก่อน และต้องล็อกอินบัญชีอยู่ ยิ่งไปกว่านั้น คนที่ขโมยเครื่องมักรีบปิดเครื่องหรือล้างข้อมูลทันที ยิ่งเราตั้งไว้เร็ว ยิ่งมีโอกาสสู้
ตั้งบน Android (Find My Device)
มือถือ Android ทั่วไปใช้บริการ “ค้นหาอุปกรณ์ของฉัน” ของ Google ซึ่งผูกกับบัญชี Google
- ล็อกอินบัญชี Google ในเครื่องให้เรียบร้อย
- เปิดตำแหน่ง ให้บริการระบุตำแหน่งทำงาน
- เข้าไปที่การตั้งค่า > Google > ค้นหาของฉัน แล้วเปิดใช้งาน
- เปิด “ค้นหาอุปกรณ์ออฟไลน์” ถ้ามี เพื่อให้หาเจอแม้เครื่องปิดอินเทอร์เน็ต
เมื่อตั้งแล้ว เราสามารถเข้าเว็บค้นหาอุปกรณ์จากคอมหรือเครื่องอื่น เพื่อดูตำแหน่งล่าสุด ส่งเสียงเรียก ล็อกเครื่อง หรือลบข้อมูลได้
ตั้งบน iPhone (Find My)
- ล็อกอิน Apple ID ในเครื่อง
- ไปที่การตั้งค่า > ชื่อบัญชี > ค้นหา > ค้นหา iPhone ของฉัน แล้วเปิด
- เปิด “เครือข่ายค้นหา” เพื่อให้เครื่องอื่นช่วยระบุตำแหน่งได้
- เปิด “ส่งตำแหน่งสุดท้าย” เพื่อให้เครื่องส่งตำแหน่งก่อนแบตจะหมด
นอกจากตำแหน่งแล้ว ยังล็อกเครื่อง ทำเครื่องหมายว่าสูญหาย และลบข้อมูลระยะไกลได้
สิ่งที่ทำได้เมื่อเครื่องหาย
- ดูตำแหน่งบนแผนที่ ว่าล่าสุดอยู่ที่ไหน
- ส่งเสียงเรียก ถ้าเครื่องอยู่ใกล้ อาจได้ยิน
- ล็อกเครื่องจากระยะไกล ใส่ข้อความและเบอร์ติดต่อให้คนเก็บได้โทรกลับ
- ลบข้อมูลระยะไกล เป็นทางเลือกสุดท้าย เพื่อกันข้อมูลรั่ว
3. ป้องกันก่อนหายด้วยรหัสและ 2FA
การตั้งระบบค้นหาดีแค่ไหน ถ้าเครื่องไม่มีรหัสปลดล็อก คนที่ได้ไปก็เข้าใช้ได้ทันที ควรตั้ง:
- รหัสปลดล็อกหรือชีวมิติ ให้แน่นหนา
- การยืนยันตัวตนสองชั้น (2FA) ให้บัญชีหลัก เพื่อกันคนอื่นล็อกอินบัญชีเราในเครื่องใหม่
- ข้อมูลใบสำคัญ (eSIM/ซิม) ให้ทำเรื่องระงับซิมกับค่ายได้เร็วถ้าเครื่องหาย
4. จดและสำรองข้อมูลสำคัญ
ก่อนเครื่องหาย ควรมีข้อมูลสำรองอยู่ที่อื่นเสมอ ทั้งรูปและไฟล์ ตลอดจนหมายเลข IMEI ของเครื่อง (ดูได้ในกล่องหรือตั้งค่าเครื่อง) เพราะการแจ้งความหรือแจ้งค่ายมือถือมักต้องใช้หมายเลขนี้
5. ถ้าเครื่องหาย ให้ทำอะไรก่อน
- เข้าหน้าค้นหาอุปกรณ์จากคอมทันที เพื่อดูตำแหน่งล่าสุด
- ล็อกเครื่อง ไว้ก่อนเป็นอย่างแรก
- แจ้งค่ายมือถือ ระงับซิม กันการใช้เบอร์
- เปลี่ยนรหัสผ่านบัญชีสำคัญ ที่ล็อกอินค้างในเครื่อง
- แจ้งความ ถ้าจำเป็น โดยใช้หมายเลข IMEI
6. ระวังกับดักของมิจฉาชีพ
มีกลลวงที่อันตรายคือมิจฉาชีพส่งข้อความหรืออีเมลปลอมว่าเครื่องคุณถูกพบ ให้กดลิงก์ไปกรอกข้อมูล Apple ID หรือบัญชี Google เพื่อนำเครื่องไปคืน ที่จริงคือการหลอกขโมยรหัสผ่าน อย่ากรอกข้อมูลบัญชีในลิงก์แบบนั้น ให้เข้าเว็บทางการเองโดยตรงเท่านั้น
7. บันทึกข้อมูลเครื่องไว้ล่วงหน้า
นอกจากหมายเลข IMEI แล้ว ควรจดชื่อรุ่นและสีของเครื่อง รวมถึงข้อมูลบัญชีที่ล็อกอินอยู่ในเครื่อง เพื่อว่าถ้าเครื่องหายจะรู้ทันทีว่ามีข้อมูลอะไรหายไปบ้าง และต้องเปลี่ยนรหัสผ่านของบัญชีไหน ยิ่งเตรียมไว้ครบ ยิ่งจัดการได้เร็วขึ้น
8. ทดลองใช้เครื่องหาแบบอื่นช่วย
ถ้ามีใช้อุปกรณ์อื่น เช่น แท็บเล็ตหรือคอมที่ล็อกอินบัญชีเดียวกัน ก็สามารถเปิดหน้าเว็บค้นหาอุปกรณ์จากเครื่องนั้นได้ทันที ไม่จำต้องใช้มือถือเครื่องที่หาย การทดลองใช้ก่อนจะช่วยให้เราคุ้นกับขั้นตอน และในวันที่เครื่องหายจริงจะทำได้เร็วขึ้นมาก
เช็กลิสต์ตั้งระบบค้นหาเครื่อง
- ล็อกอินบัญชี Google หรือ Apple ID ในเครื่อง
- เปิดบริการค้นหาอุปกรณ์และตำแหน่ง
- เปิดเครือข่ายค้นหาและส่งตำแหน่งสุดท้าย
- ตั้งรหัสปลดล็อกและชีวมิติให้แน่นหนา
- เปิด 2FA ให้บัญชีหลัก
- จดหมายเลข IMEI และสำรองข้อมูล
- รู้ขั้นตอนทำอะไรก่อนถ้าเครื่องหาย
- ระวังข้อความหลอกลวงเรื่องเครื่องหาย
สรุปคือการตั้งระบบค้นหาเครื่องเป็นเรื่องที่ทำได้ในไม่กี่นาที แต่ช่วยได้มหาศาลตอนเครื่องหาย อย่าผัดวันประกันพรุ่งไปตั้งตอนที่หายไปแล้ว เพราะตอนนั้นจะสายเกินไป ทำวันนี้ แล้วจะสบายใจกว่าเยอะ
