ดูคลิป ฟังเพลง หรือสตรีมบ่อย ๆ รู้ตัวอีกทีแพ็กเกจเน็ตก็หมดครึ่งเดือน และแบตเหลือน้อยลงเร็วผิดปกติ ทั้งที่ดูบนเครื่องเดียว การประหยัดเน็ตและแบตตอนสตรีมไม่ได้ยาก แค่ต้องรู้ว่าแอปเก็บอะไรไว้ล่วงหน้า ปรับค่าอะไรได้ และอะไรที่กินจริง บทความนี้รวมวิธีที่ตรงจุดที่สุด ทั้งฝั่งเน็ตและฝั่งแบต
ฝั่งเน็ต: เลือกคุณภาพให้เหมาะกับที่ดู
ความละเอียดวิดีโอมีผลกับปริมาณเน็ตแบบทวีคูณ ต่างกันหลายเท่าระหว่างความละเอียดต่ำกับสูง บนจอมือถือ 6 นิ้ว หลายครั้งที่ดูความละเอียดต่ำก็แทบ看不出ต่าง แต่ประหยัดเน็ตได้มหาศาล
- ปรับคุณภาพอัตโนมัติ ให้แอปเลือกตามความเร็วเน็ต จะไม่ดันไปดึงความละเอียดสูงโดยไม่จำเป็น
- ตั้งเพดานความละเอียด ในหน้าตั้งค่าการเล่น เช่น จำกัดไว้ที่ระดับปานกลาง
- หลีกเลี่ยงการดูวิดีโอความละเอียดสูงบนเน็ตมือถือ ยกเว้นต่อ Wi-Fi
ดาวน์โหลดไว้ดูออฟไลน์
วิธีประหยัดเน็ตที่ตรงไปตรงมาที่สุดคือ ดาวน์โหลดไว้ล่วงหน้าตอนต่อ Wi-Fi แล้วค่อยดูตอนไม่มี Wi-Fi ใช้ได้ทั้งเพลงและคลิป เหมาะกับคนเดินทางหรือดูระหว่างรอ
ข้อควรระวังคือไฟล์ดาวน์โหลดกินพื้นที่เก็บข้อมูล ควรลบไฟล์ที่ดูจบแล้วสม่ำเสมอ และบางแอปไฟล์ที่ดาวน์โหลดจะหมดอายุเองในระยะหนึ่ง
ปิดการเล่นอัตโนมัติ (Autoplay)
ฟีเจอร์เลื่อนแล้ววิดีโอเล่นเองคือตัวกินเน็ตเงียบ ๆ เพราะแอปจะเริ่มดึงข้อมูลวิดีโอทันทีที่มันโผล่ขึ้นบนหน้าจอ แม้เราจะไม่ได้ตั้งใจดูจริง ๆ
- ปิด Autoplay ในแอปโซเชียลและแอปวิดีโอ
- ตั้งให้เล่นอัตโนมัติเฉพาะตอนต่อ Wi-Fi ถ้าแอปนั้นอนุญาต
- ปิดการเล่นคลิปตัวอย่าง ในแอปเพลงหรืออัลบั้ม
แค่ปิดข้อนี้อย่างเดียว หลายคนประหยัดเน็ตได้ชัดเจน โดยไม่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมอื่นเลย
โหมดประหยัดดาต้า / โหมดข้อมูลต่ำ
มือถือและแอปส่วนใหญ่มี โหมดประหยัดข้อมูล ที่จะลดคุณภาพภาพและวิดีโอลงอัตโนมัติเมื่อใช้เน็ตมือถือ เปิดไว้จะช่วยได้มาก ภาพจะดูหยาบขึ้นเล็กน้อย แต่ประหยัดเน็ตชัดเจน
นอกจากนี้ควรตั้งในระดับระบบด้วย พวกนี้จะช่วยบล็อกการซิงก์พื้นหลังของแอปที่ไม่จำเป็นระหว่างใช้เน็ตมือถือ ทำให้เน็ตไม่ถูกใช้ไปกับงานที่เราไม่เห็น
ฝั่งแบต: ลดความสว่างจอ
จอมือถือเป็นชิ้นส่วนที่กินแบตมากที่สุดเวลาดูคลิปหรือฟังเพลงพร้อมเปิดจอ การลดความสว่างลงหนึ่งระดับช่วยยืดเวลาได้ชัดเจน เปิดโหมดสว่างอัตโนมัติจะช่วยไม่ให้เราลืม
อีกเครื่องที่กินไฟคือการเล่นวิดีโอความละเอียดสูง เพราะชิปต้องถอดรหัสภาพหนักขึ้น การดูความละเอียดต่ำลงจึงช่วยทั้งเน็ตและแบตพร้อมกัน
ใช้โหมดประหยัดแบตของเครื่อง
โหมดประหยัดแบตจะลดการทำงานเบื้องหลัง จำกัดการซิงก์ และลดความถี่ CPU ระหว่างสตรีม เหมาะกับวันที่ต้องใช้เครื่องนาน ๆ แม้จะรู้สึกว่าเครื่องตอบสนองช้าลงเล็กน้อยแต่ก็คุ้ม
สำหรับการฟังเพลงอย่างเดียว การปิดหน้าจอคือวิธีประหยัดแบตที่ดีที่สุด เพราะไม่ต้องจ่ายไฟให้จอเลย และแอปเพลงส่วนใหญ่เล่นต่อได้ตามปกติ
ลดการเชื่อมต่อที่ไม่จำเป็นระหว่างสตรีม
- ปิด Bluetooth ถ้าไม่ได้ใช้หูฟังหรือลำโพง
- ปิด GPS และ Location ถ้าแอปที่ดูไม่ต้องใช้
- ปิดการสั่น การสั่นใช้มอเตอร์ที่กินไฟกว่าที่คิด
- ลดการแจ้งเตือนระหว่างดู จอตื่นบ่อยเพราะการแจ้งเตือนทำให้กินไฟเพิ่ม
โหมดออฟไลน์สำหรับเพลง
สำหรับผู้ใช้บริการเพลงที่ต้องสตรีม ถ้าเป็นเพลงที่ฟังบ่อย ควรกด ดาวน์โหลดไว้ฟัง ระบบจะเก็บไว้ในเครื่องและเล่นโดยไม่ใช้เน็ตเลย จะช่วยทั้งเน็ตและแบต เพราะไม่ต้องดึงข้อมูลผ่านเครือข่ายตลอดเวลา
เลี่ยงการสตรีมพร้อมงานหนักอื่น
การดูคลิปความละเอียดสูงขณะที่เครื่องกำลังโหลดอัปเดตแอป สำรองรูป หรือดาวน์โหลดไฟล์อื่นอยู่ จะทำให้ทั้งเน็ตและแบตถูกใช้ซ้อนกันแบบเต็มที่ เครื่องจะร้อนและกินไฟมากกว่าปกติ ลองเลื่อนงานดาวน์โหลดหนักไปทำตอนชาร์จและต่อ Wi-Fi จะช่วยให้สตรีมลื่นขึ้นและแบตอยู่ได้นานขึ้น
เช็กลิสต์ก่อนนั่งดูคลิปหรือฟังเพลงยาว ๆ
- ปรับคุณภาพวิดีโอให้เหมาะกับขนาดจอ
- ดาวน์โหลดไว้ล่วงหน้าถ้ามี Wi-Fi
- ปิด Autoplay ของทุกแอป
- เปิดโหมดประหยัดข้อมูล
- ลดความสว่างจอ
- เปิดโหมดประหยัดแบตถ้าต้องใช้ยาว
- ปิด Bluetooth/GPS ที่ไม่ใช้
- ดาวน์โหลดเพลงที่ฟังบ่อยไว้ฟังออฟไลน์
สรุปคือการประหยัดเน็ตและแบตตอนสตรีมไม่ได้ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง การตั้งค่าที่ถูกจะช่วยได้ทั้งคู่ เพราะหลายปัจจัย เช่น ความละเอียดวิดีโอที่สูงขึ้น กินทั้งเน็ตและไฟพร้อมกัน ปรับตรงจุดไม่กี่อย่างก็เห็นผลในสัปดาห์แรกที่ใช้แล้ว
