ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว Facebook ให้เข้มขึ้น

Written by

in

เฟซบุ๊กเก็บข้อมูลเราไว้เยอะกว่าที่เราคิด ตั้งแต่รายชื่อเพื่อน ที่เคยเช็กอิน ไปจนถึงว่าเรากดดูอะไรนานที่สุด การปรับตั้งค่าความเป็นส่วนตัวให้เหมาะสมไม่ใช่เรื่องของคนหวงกันข้อมูลอย่างเดียว แต่ช่วยกันขโมยบัญชีและกันคนแปลกหน้าเห็นข้อมูลครอบครัวด้วย

เริ่มจากประตูหลัก คือใครเห็นโพสต์เรา

หนึ่งการตั้งค่าที่ให้ผลมากที่สุดคือเปลี่ยนค่าเริ่มต้นของผู้ชมโพสต์

  • ตั้งค่าโพสต์ใหม่ให้เห็นเฉพาะเพื่อน ในเมนูการตั้งค่าความเป็นส่วนตัว ส่วน “กิจกรรมโพสต์ของคุณ”
  • ทบทวนโพสต์เก่า ใช้เครื่องมือดูกิจกรรมเพื่อจำกัดโพสต์สาธารณะเก่า ๆ เป็นเพื่อนทีเดียวทั้งหมด
  • ตั้งเวลาทบทวนโพสต์ ที่ติดแท็กเรา กันเพื่อนแท็กเราในคลิปที่เราไม่อยากให้ใครเห็น

เรื่องที่คนมองข้ามที่สุด เบอร์โทรและอีเมล

ค่าเริ่มต้นของเบอร์โทรในบางบัญชีเปิดให้ทุกคนเห็น หรืออย่างน้อยก็ให้เพื่อนของเพื่อนค้นหาเจอ ซึ่งเป็นช่องทางที่มิจฉาชีพใช้หาเหยื่อ

  • ตั้งเบอร์โทรและอีเมลเป็น “ฉันเท่านั้น”
  • ปิดการค้นหาบัญชีด้วยเบอร์โทรหรืออีเมล ในส่วนวิธีที่ผู้คนค้นหาและติดต่อคุณ
  • ปิดคำแนะนำบัญชีให้เพื่อนของเพื่อน ถ้าไม่อยากให้คนแปลกหน้าเดาถึงเรา

เช็กว่าแอปไหนต่อกับบัญชีเราอยู่

เว็บหรือแอปที่เราเคยกด “ล็อกอินด้วยเฟซบุ๊ก” เมื่อหลายปีก่อนยังลากข้อมูลอยู่จนกว่าเราจะเอาออก

  • เข้าเมนูแอปและเว็บไซต์ที่เชื่อมต่อ แล้วลบตัวที่ไม่จำหรือไม่ใช้แล้ว
  • เช็กข้อมูลที่แอปนั้นขอ ถ้าเกมธรรมดาขอเข้าถึงข้อความหรือรูปทั้งหมด ถือว่าผิดปกติ

การตั้งค่าที่กันบัญชีถูกขโมย

  • เปิดการยืนยันตัวตนสองชั้น ด้วยแอปยืนยันตัวตน ไม่ใช่ SMS
  • เพิ่มผู้ติดต่อที่ไว้ใจได้ เผื่อบัญชีถูกล็อกจะได้มีคนช่วยยืนยันตัวตน
  • ดูประวัติการล็อกอิน ถ้าเจออุปกรณ์หรือเมืองแปลก ๆ ออกจากระบบทันทีและเปลี่ยนรหัสผ่าน

ลดการติดตามเรานอกเฟซบุ๊ก

ในส่วนของการอนุญาตให้เฟซบุ๊กติดตามเราผ่านพันธมิตรและเบราว์เซอร์ เราปิดได้ ตำแหน่งที่พักอยู่ (โดยเฉพาะสถานะที่แม่นยำ) ก็ปิดได้เช่นกัน ผลข้างเคียงคือโฆษณาอาจจะไม่แม่นเท่าเดิม ซึ่งหลายคนถือว่าเป็นข้อดี

เช็กลิสต์ความเป็นส่วนตัวเฟซบุ๊ก

  • โพสต์ใหม่เห็นเฉพาะเพื่อน
  • เบอร์โทรและอีเมลเป็น “ฉันเท่านั้น” และปิดการค้นหา
  • ลบแอปที่เชื่อมต่อที่ไม่ใช้แล้ว
  • เปิด 2FA และกำหนดผู้ติดต่อที่ไว้ใจได้
  • ดูประวัติการล็อกอินเป็นระยะ
  • ปิดการติดตามตำแหน่งและพันธมิตรถ้าไม่ต้องการ

สรุปคือ การตั้งค่าความเป็นส่วนตัวใช้เวลาไม่เกินครึ่งชั่วโมง แต่ปิดช่องทางของมิจฉาชีพไปได้เยอะมาก เพราะการโกงยุคนี้เริ่มจากการรู้จักเราก่อน ยิ่งข้อมูลของเราเข้าถึงยาก โอกาสถูกเลือกเป็นเหยื่อก็ยิ่งน้อยลง