การลืมรหัสบัญชี Google เป็นเรื่องที่เกิดได้กับทุกคน และน่ากลัวกว่าที่คิด เพราะบัญชีเดียวอาจผูกกับอีเมล รูป แชท เบอร์โทรไปจนถึงการจ่ายเงินในแอป ข่าวดีคือ Google มีระบบกู้คืนที่ออกแบบไว้เผื่อกรณีนี้อยู่แล้ว ถ้าเตรียมตัวถูก ส่วนที่พลาดกันบ่อยคือเตรียมไม่ทันตั้งแต่แรก บทความนี้รวมวิธีกู้บัญชีและตั้งความปลอดภัยให้รอดทั้งคู่
เริ่มจากเช็กว่ายังเข้าได้หรือไม่
ถ้ายังจำอีเมลได้แต่ลืมรหัส ให้ใช้หน้าเข้าสู่ระบบแล้วกด ลืมรหัสผ่าน ระบบจะให้ยืนยันตัวตนก่อนตั้งรหัสใหม่ วิธีที่ใช้บ่อยคือส่งรหัสไปยังเบอร์โทรหรืออีเมลสำรองที่ผูกไว้
ถ้าไม่เหลือช่องทางยืนยันใด ๆ เลย จะเจอกับกระบวนการยืนยันตัวตนที่ละเอียดกว่า ซึ่งอาศัยการตอบคำถามและข้อมูลที่เรากรอกไว้ตอนสมัคร
ช่องทางยืนยันที่ Google ใช้
- เบอร์โทรสำรอง รับรหัสผ่าน SMS
- อีเมลสำรอง รับรหัสผ่านอีเมลอื่น
- อุปกรณ์ที่เคยล็อกอิน แจ้งเตือนมายังมือถือที่ยังล็อกอินอยู่
- คำถามเพื่อความปลอดภัย ที่ตั้งไว้ตอนสมัคร
ยิ่งเรามีช่องทางเหล่านี้ผูกไว้มากเท่าไหร่ โอกาสกู้คืนสำเร็จยิ่งสูง ถ้าเคยตั้งไว้แล้วแต่เปลี่ยนเบอร์โทร ควรอัปเดตให้ทันสมัยอยู่เสมอ เพราะเบอร์เก่าที่ไม่ได้ใช้แล้วจะกู้ไม่ได้
ขั้นตอนกู้คืนเมื่อเข้าไม่ได้จริง ๆ
ในหน้ากู้คืนบัญชี ให้ทำตามขั้นตอนอย่างใจเย็น ตอบข้อมูลให้ตรงกับที่เคยกรอกไว้มากที่สุด ทั้งชื่อ วันเกิด และข้อมูลอื่นที่เกี่ยวกับบัญชี
- ทำจาก อุปกรณ์และเครือข่ายที่เคยใช้ล็อกอิน บ่อย ๆ ถ้าเป็นไปได้
- ใช้ Wi-Fi บ้านหรือที่ทำงานเดิม ที่ Google รู้จัก
- ตอบคำถามให้สม่ำเสมอ อย่าเดามั่ว
- ทำในที่ที่สัญญาณอินเทอร์เน็ตเสถียร
การทำจากอุปกรณ์และเครือข่ายเดิมช่วยให้ระบบมั่นใจว่าเป็นเจ้าของจริง เพราะระบบจะเทียบกับประวัติการใช้งานที่ผ่านมา
หลังกู้บัญชีได้ ต้องรีบทำอะไร
เมื่อเข้าได้แล้ว สิ่งแรกที่ต้องทำคือ เปลี่ยนรหัสผ่านทันที แล้วตรวจว่ามีอุปกรณ์หรือแอปแปลกปลอมเข้าถึงบัญชีอยู่ไหม
- เปลี่ยนรหัสผ่านเป็นรหัสใหม่ที่ไม่ซ้ำกับที่อื่น
- ตรวจอุปกรณ์ที่ล็อกอินอยู่ ถอนตัวที่ไม่รู้จักออก
- ตรวจว่ามีการตั้งค่าส่งต่ออีเมลไปที่อื่นไหม
- ตรวจข้อมูลเบอร์และอีเมลสำรองว่ายังถูกต้อง
การตรวจว่ามีการตั้งให้ส่งต่ออีเมลไปที่อื่นเป็นเรื่องสำคัญ แต่หลายคนมองข้าม ถ้ามีคนเคยเข้าบัญชี เขาอาจตั้งค่าดักอีเมลของเราไว้ได้
ตั้ง 2FA ให้บัญชี Google
การยืนยันตัวตนสองชั้นคือเกราะที่สำคัญที่สุด ถ้ารหัสผ่านหลุด คนร้ายก็ยังเข้าไม่ได้เพราะต้องมีรหัสอีกชั้นจากอุปกรณ์ของเรา มีให้เลือกสองแบบหลัก
- แอปยืนยันตัวตน สร้างรหัสหมุนเวียนทุก 30 วินาที ปลอดภัยกว่า SMS
- รหัสผ่านใช้ครั้งเดียวผ่าน SMS สะดวกแต่เสี่ยงกว่าเล็กน้อย
แนะนำให้ใช้แอปยืนยันตัวตน และให้ บันทึกรหัสสำรองไว้ในที่ปลอดภัย เผื่อกรณีทำมือถือหาย เพราะถ้าไม่มีรหัสสำรองและมือถือหาย จะกู้อีกไม่ได้
ตั้งรหัสผ่านให้รอด
รหัสผ่านที่ดีไม่จำเป็นต้องจำยาก ยาวและไม่ซ้ำกับที่อื่นสำคัญกว่า วิธีที่ใช้กันดีคือ ตั้งเป็นวลียาว ๆ ที่จำได้ง่ายและไม่เกี่ยวกับข้อมูลส่วนตัว
- ไม่ซ้ำกับเว็บอื่นเด็ดขาด
- ยาวอย่างน้อย 12 ตัวอักษร
- ไม่ใช่ชื่อ วันเกิด หรือเบอร์โทร
- ใช้ตัวจัดการรหัสผ่านช่วยจำถ้ามีหลายบัญชี
การย้ำว่าไม่ใช้รหัสซ้ำสำคัญที่สุด เพราะถ้าเว็บเล็ก ๆ ที่เราสมัครไว้ถูกเจาะ รหัสชุดเดียวกันจะถูกนำมาเดาบัญชี Google ต่อทันที
เพิ่มข้อมูลกู้คืนและผู้ติดต่อที่เชื่อถือได้
Google มีฟีเจอร์ ผู้ติดต่อที่เชื่อถือได้ ที่ให้กำหนดคนที่ไว้ใจได้ไว้หลายคน ถ้าเราเข้าไม่ได้จริง ๆ คนเหล่านั้นสามารถช่วยยืนยันตัวตนให้กู้บัญชีได้
นอกจากนี้ควรกรอกข้อมูลสำรองให้ครบ ไม่ว่าจะเป็นเบอร์โทร อีเมลสำรอง หรือข้อมูลอื่น เพราะทุกช่องทางที่กรอกเพิ่มคือทางออกที่เพิ่มขึ้นในวันที่ต้องการ
ตรวจความปลอดภัยของบัญชีเป็นระยะ
- เปิดหน้ารายงานความปลอดภัยของบัญชีเพื่อดูคำแนะนำ
- ตรวจว่ามีแอปที่ขอเข้าถึงบัญชีอยู่ไหม
- ถอนสิทธิ์แอปที่ไม่ได้ใช้ออก
- อัปเดตเบอร์และอีเมลสำรองทุกครั้งที่เปลี่ยน
เช็กลิสต์กันลืมและกันแฮ็ก
- ผูกเบอร์โทรและอีเมลสำรองไว้ให้ครบ
- เปิด 2FA ด้วยแอปยืนยันตัวตน
- บันทึกรหัสสำรองไว้ในที่ปลอดภัย
- ไม่ใช้รหัสซ้ำกับเว็บอื่น
- ตั้งผู้ติดต่อที่เชื่อถือได้ไว้
- ตรวจอุปกรณ์ที่ล็อกอินอยู่เป็นระยะ
- ทำจากอุปกรณ์และเครือข่ายเดิมเมื่อกู้บัญชี
สรุปคือการกู้บัญชี Google จะง่ายหรือยากขึ้นอยู่กับว่าเราเตรียมไว้แค่ไหน ถ้าผูกช่องทางยืนยันและข้อมูลสำรองครบ ต่อให้ลืมรหัสก็กู้คืนได้ไม่ยาก และการเปิด 2FA คือสิ่งที่คุ้มที่สุดที่ทำได้วันนี้ ใช้เวลาห้านาทีตั้งให้ครบ แล้วเราจะไม่ต้องลุ้นในวันที่ลืมรหัสจริง ๆ
